»»» 3.2.1 แป้นพิมพ์
      »»» 3.2.2 เมาส์
      »»» 3.2.3 สแกนเนอร์
      »»» 3.2.4 อุปกรณ์จับภาพ
      »»» 3.2.5 อุปกรณ์รับเสียง

           หน่วยรับข้อมูล (input unit) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่คอมพิวเตอร์ เช่น ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ เป็นต้น โดยจะแปลงข้อมูลให้ไปอยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ โดยนำมาจัดเก็บที่หน่วยความจำหลัก และใช้ประมวลผลได้ อุปกรณ์หน่วยรับข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

รูปที่ 3.6 หน่วยรับข้อมูลต่างๆ ของคอมพิวเตอร์



          แป้นพิมพ์ (keyboard) ทำหน้าที่รับข้อมูลโดยการกดแป้นพิมพ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ดีด ประกอบด้วยปุ่มสำหรับพิมพ์อักขระ ตัวเลข เรียกใช้ฟังก์ชันของซอฟต์แวร์และควบคุมการทำงานร่วมกับปุ่มอื่นๆ

รูปที่ 3.7  แป้นพิมพ์มาตรฐาน

ที่มา : https://www.profesionalreview.com/wp-content/uploads/2015/12/Genius-KB-110X.jpg


1. แป้นพิมพ์ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (ergonomic keyboard)

          เป็นแป้นพิมพ์ที่ออกแบบการจัดวางปุ่มตามสรีระของมือ เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือ ที่เกิดจากการพิมพ์งานเป็นเวลานาน รวมทั้งมีปุ่มสำหรับเลือกฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน เช่น ปุ่มควบคุมระบบมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง การเล่นไฟล์วิดีโอต่างๆ สามารถทำได้อย่างสะดวก เป็นต้น


รูปที่ 3.8 แป้นพิมพ์ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์
ที่มา :  https://i.pinimg.com/600x315/e9/83/98/e983984b1988f7992920a024cc7e3a4e.jpg


2. แป้นพิมพ์ไร้สาย (cordless keyboard)

           เป็นแป้นพิมพ์ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลโดยเทคโนโลยีไร้สายและทำงานโดยใช้พลังงานแบตเตอรี่ ทำให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปวางยังตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่ในรัศมีของสัญญาณนอกเหนือจากโต๊ะทำงานได้
รูปที่ 3.9 แป้นพิมพ์ไร้สาย
ที่มาhttp://www.techpill.lt/wp-content/uploads/2010/08/logitech_k800.jpg


3. แป้นพิมพ์พกพา  (portable keyboard)

           เป็นแป้นพิมพ์ที่ออกแบบสำหรับใช้ร่วมกับเครื่องพีดีเอ  เนื่องจากการพิมพ์ข้อมูลลงบนแป้นพิมพ์ของเครื่องพีดีเอนั้นไม่สะดวก เพราะมีแป้นพิมพ์ที่มีขนาดเล็ก จึงมีการสร้างแป้นพิมพ์ที่เหมาะสมกับเครื่องพีดีเอ ซึ่งสามารถพกพาไปยังที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น

รูปที่ 3.10 แป้นพิมพ์พกพา

ที่มา : https://sites.google.com/site/kroonom/_/rsrc/1337264123474/hnwy-rab-khxmul/pda%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B2.jpg?height=256&width=320


4. แป้นพิมพ์เสมือน (virtual keyboard)

          เป็นแป้นพิมพ์ที่ออกแบบสำหรับใช้ร่วมกับเครื่องพีดีเอเชนเดียวกันกับแป้นพิมพ์พกพา แต่ต่างกันตรงที่มีการจำลองภาพให้เสมือนแป้นพิมพ์จริงโดยอาศัยการทำงานของแสงเลเซอร์ยิงลงไปบนโต๊ะหรืออุปกรณ์รองรับสัญญาณที่เป็นพื้นผิวเรียบ ซึ่งเมื่อต้องการใช้งานสามารถที่จะพิมพ์หรือป้อนข้อมูลที่เห็นเป็นภาพเสมือนแผงแป้นพิมพ์นั้นเข้าไปได้เลย ตัวรับแสงในอุปกรณ์จะตรวจจับได้เองว่าผู้ใช้วางนิ้วไปกดตรงตัวอักษรใด ซึ่งทำให้ป้อนข้อมูลตัวอักษรลงในเครื่องได้


รูปที่ 3.11 แป้นพิมพ์เสมือน อาศัยหลักการทำงานของเลเซอร์
ที่มา : https://neabcomputer.files.wordpress.com/2013/07/infraredprojectorkeyboard.jpg



การเลือกซื้อแป้นพิมพ์

          1. ควรเลือกแป้นพิมพ์ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน ดังนี้

ลักษณะการใช้งาน
แป้นพิมพ์ที่ควรเลือกใช้
พิมพ์งานจำนวนมากและใช้เป็นเวลานาน
แป้นพิมพ์ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์
เคลื่อนย้ายแป้นพิมพ์บ่อย
แป้นพิมพ์ไร้สาย
เล่นเกม
แป้นพิมพ์ที่มีความทนทาน รองรับการกระแทกได้
เครื่องพีดีเอที่ต้องการพิมพ์งานได้สะดวก                  และรวดเร็ว
แป้นพิมพ์พกพาและแป้นพิมพ์เสมือน

          2. ควรเลือกแป้นพิมพ์ที่มีปุ่มกดไม่แข็งเกินไป
          3. ควรเลือกแป้นพิมพ์ที่มีการรับประกัน

การดูแลรักษาแป้นพิมพ์

          1. ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกต่างๆ โดยใช้สำลีพันก้านชุบ แอลกอฮอล์ นำมาเช็ดคราบสกปรกบนแป้นพิมพ์
           2. อย่าทำน้ำหยดใส่แป้นพิมพ์ เนื่องจากแป้นพิมพ์มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใน อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรเสียหายได้

          เมาส์ (mouse) เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่ใช้เลื่อนตัวชี้ตำแหน่ง ผู้ใช้สามารถบังคับเมาส์เพื่อควบคุมตัวชี้ตำแหน่งไปมาบนจอภาพได้ ปกติตัวชี้ตำแหน่งของเมาส์จะเป็นลูกศร ซึ่งจะเกิดการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้รวดเร็วกว่าแป้นพิมพ์ เมาส์โดยทั่วไปมี 3 ประเภท ดังนี้

          1. เมาส์แบบทั่วไป (mechanical mouse) เป็นเมาส์ที่ออกแบบโดยใช้ลูกบอลเป็นตัวจับทิศทางที่เมาส์เลื่อนไป ลูกบอลของเมาส์ มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ที่ทำมาจากยางกลิ้งอยู่ด้านล่าง ซึ่งลากผ่านแผ่นรองเมาส์ (mouse pad) ในการเลื่อนตำแหน่งต่างๆบนจอภาพ สำหรับส่วนบนจะมีปุ่มให้เลือกกดประมาณ 2-3 ปุ่ม ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตบางแบบอาจมีปุ่มล้อที่หมุน (scroll) และกดได้ เพื่อควบคุมการทำงานขึ้นลงของแถบเลื่อนหน้าจอ (scroll bar) ในหน้าต่างโปรแกรมบางประเภท

รูปที่ 3.12 เมาส์แบบทั่วไป
ที่มา : https://sites.google.com/site/kroonom/_/rsrc/1337264455379/hnwy-rab-khxmul/scrollmouse.jpg?height=320&width=320

2. เมาส์แบบแสงหรือออปติคัลเมาส์ (optical mouse)

          เมาส์แบบนี้ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ล้อหมุนแต่ใช้แสงส่องไปกระทบพื้นผิวด้านล่าง เนื่องจากการใช้เมาส์แบบทั่วไปที่ใช้ลูกบอลมีข้อเสีย คือ เมื่อใช้ไปนานๆ ลูกบอลจะกลิ้งผ่านและเก็บเอาฝุ่นละอองเข้าไปด้วยฝุ่นละอองเหล่านี้จะจับตัวกันหนาขึ้น ส่งผลให้กลไกในการทำงานผิดเพี้ยนไปโดยวงจรภายในเมาส์แบบแสง จะวิเคราะห์แสงสะท้อนที่เปลี่ยนไปเมื่อเลื่อนเมาส์และแปลงทิศทางเป็นการชี้ตำแหน่ง  
ข้อจำกัดของเมาส์แบบแสงหรือออปติคอลเมาส์ คือ ทำงานได้กับพื้นผิวที่ไม่เกิดการสะท้อนของแสง หากเป็นพื้นกระจกสะท้อนแสงหรือกระจกแบบที่แสงทะลุผ่านได้  เมาส์จะไม่สามารถใช้งานได้

รูปที่ 3.13  เมาส์แบบแสง
ที่มา : http://www.wbac-pruksa.ac.th/file/Projects/Pictures/Optical_Mouse.jpg


3. เมาส์แบบไร้สาย (cordless หรือ wireless mouse)

          เมาส์ที่ใช้คลื่นวิทยุหรือแสงอินฟราเรดในการติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้มีการเคลื่อนไหวที่สะดวก
ข้อจำกัดของเมาส์แบบไร้สาย คือ ใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน และจะใช้ได้ในระยะที่ไม่ไกลจากตัวรับสัญญาณ

รูปที่ 3.14  เมาส์แบบไร้สาย
ที่มา: https://notebookspec.com/web/wp-content/uploads/2010/09/WirelessMouseM310.png



นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่มีการทำงานคล้ายเมาส์ ดังนี้

          1. ลูกกลมควบคุม (track ball) เป็นอุปกรณ์ที่มีลูกบอลขนาดเล็กวางอยู่ด้านบน ผู้ใช้สามารถบังคับลูกบอลให้หมุนไปมาเพื่อควบคุมตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพนิยมสร้างไว้กับเครื่องโน้ตบุ๊ก เพราะสะดวกต่อการใช้งาน และใช้พื้นที่น้อย
รูปที่ 3.15 ลูกกลมควบคุม
ที่มา : http://images.highspeedbackbone.net/skuimages/large/L23-6146.jpg


          2.แท่งชี้ควบคุม (track point) เป็นแท่งพลาสติกเล็กๆอยู่ตรงกลางแป้นพิมพ์ ผู้ใช้บังคับแท่งชี้ควบคุมโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดและเลื่อน เพื่อเลื่อนตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพได้

รูปที่ 3.16 แท่งชี้ควบคุม
ที่มา : http://pic.shop.lenovo.com.cn/g1/M00/00/83/CmBZEFZeqSyAYlpTAAFuci7LKyc458.jpg



          3. แผ่นรองสัมผัส (touch pad) เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมที่วางอยู่หน้าแป้นพิมพ์ของเครื่องโน้ตบุ๊ก ผู้ใช้สามารถใช้นิ้ววาดเพื่อเลื่อนตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพได้



รูปที่ 3.17 แผ่นรองสัมผัส
ที่มา : http://isource.com/wp-content/uploads/2014/01/apple-macbook-pro-touchpad.jpg

          4. จอยสติ๊ก (joystick) จะเป็นก้านสำหรับใช้โยกขึ้นลง/ซ้ายขวา เพื่อย้ายตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพ และมีแป้นกดสำหรับสั่งงานพิเศษ นิยมใช้กับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือควบคุมหุ่นยนต์
รูปที่ 3.18 จอยสติ๊ก

ที่มา : https://f.ptcdn.info/600/030/000/1429699196-jjjjj-o.jpg


          5. จอภาพสัมผัส (touch screen) ผู้ใช้เพียงสัมผัสนิ้วลงบนจอภาพในตำแหน่งที่กำหนดไว้ เพื่อเลือกการทำงาน หลักการนี้นิยมใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่คล่องสามารถเลือกใช้โปรแกรมที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
รูปที่ 3.19  จอภาพสัมผัส
ที่มา : https://images-na.ssl-images-amazon.com/images/I/71ijb-mR21L._SL1500_.jpg


          6. ปากกาแสง (light pen) เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถไวต่อแสง โดยปากกาจะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งบนจอภาพ รวมทั้งสามารถใช้วาดลักษณะหรือรูปแบบของข้อมูลให้ปรากฏบนจอภาพโดยการแตะปากกาไปบนจอภาพ


รูปที่ 3.20 ปากกาแสง
ที่มา : http://www.ipesp.ac.th/learning/071001/chapter3/pic/ligth.JPG


การเลือกซื้อเมาส์

          1. การเลือกซื้อเมาส์ที่มีการออกแบบให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน ดังนี้

ลักษณะการใช้งาน
เมาส์ที่ควรเลือกใช้
ตัวชี้ตำแหน่งเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่กำหนดได้แม่นยำ
เมาส์แบบแสงหรือออปติคอลเมาส์
ประหยัดพื้นที่
เมาส์แบบไร้สาย
          2. ควรเลือกเมาส์ที่มีขนาดเหมาะสมกับสรีระของมือผู้ใช้
          3. ควรทดลองใช้เมาส์ก่อนซื้อ เพื่อตรวจสอบลูกบอลและปุ่มกดบนเมาส์ว่าสะดวกต่อการใช้งานหรือไม่

การดูแลรักษาเมาส์
          1.ควรวางเมาส์บนแผ่นรองเมาส์ทุกครั้งที่ใช้งานและทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ โดยเช็ดด้วยผ้าแห้งอย่างสม่ำเสมอ
          2. ควรทำความสะอาดบริเวณลูกบอลและก้านพลาสติกในตัวเมาส์อย่างสม่ำเสมอ โดยนำลูกบอลมาเช็ดด้วยผ้าแห้ง และใช้สำลีพันก้านชุบแอลกอฮอล์หมาดๆ เช็ดที่ก้านพลาสติก


          สแกนเนอร์ (scanner) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้หลักการของการส่องแสงไปยังข้อความ สัญลักษณ์หรือภาพ ที่ต้องการทำสำเนาภาพ จากนั้นข้อมูลที่ถูกอ่านจะถูกแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าและเก็บเป็นไฟล์ภาพ สแกนเนอร์ มี 3 ประเภท ดังนี้

          1. สแกนเนอร์มือถือ (handheld scanner) เป็นสแกนเนอร์ที่มีขนาดเล็ก สามารถถือและพกพาติดตัวได้สะดวกการใช้สแกนเนอร์มือถือนี้ ผู้ใช้ต้องถือตัวสแกนเนอร์เลื่อนผ่านบนภาพหรือเอกสารต้นฉบับที่ต้องการ
รูปที่ 3.21 สแกนเนอร์มือถือ
ที่มา : http://www.quinl.com/productImages/UploadImages/Prowill-RH900_854772.jpg



          2. สแกนเนอร์แบบสอดกระดาษ (sheetfed scanner)
เป็นสแกนเนอร์ที่ผู้ใช้ต้องสอดภาพหรือเอกสารเข้าไปยังช่องสำหรับอ่านข้อมูล (scan head) เครื่องชนิดนี้จะเหมาะสำหรับการอ่านเอกสารที่เป็นแผ่นๆ แต่ไม่สามารถอ่านเอกสารที่เย็บเป็นเล่มได้

รูปที่ 3.22 สแกนเนอร์แบบสอดกระดาษ
ที่มา : http://product-images.www8-hp.com/digmedialib/prodimg/lowres/c03818775.png

3. สแกนเนอร์แบบแท่น (flatbed scanner)

          เป็นสแกนเนอร์ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดยการวางกระดาษเอกสารต้นฉบับที่ต้องการลงบนเครื่องสแกนเนอร์ทำให้ใช้งานง่าย

รูปที่ 3.23  สแกนเนอร์แบบแท่น
ที่มา : http://animationreporter.com/wp-content/uploads/2014/08/Flatbed-Scanner.jpg


การเลือกซื้อสแกนเนอร์

          1. ควรเลือกที่มีความละเอียดในการสแกนที่เหมาะกับการนำไปใช้งาน
          2. ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่มีศูนย์บริการและมีการรับประกัน

การดูแลรักษาสแกนเนอร์
          1. ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยนำผ้าสะอาดไม่มีขนชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดกระจกของเครื่องสแกนเนอร์
          2. ปิดเครื่องทุกครั้งหลังการใช้งาน
          3. หากกระดาษติดอย่ากระชาก ให้ค่อยๆ ดึงออก
          4. ควรใช้สแกนเนอร์เป็นประจำ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเครื่อง


          อุปกรณ์จับภาพ (image capturing devices) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บภาพต้นฉบับในรูปดิจิทัล อุปกรณ์จับภาพมี 2 ชนิด ดังนี้

          1. กล้องถ่ายภาพดิจิทัล (digital camera) มีรูปร่างและการทำงานคล้ายกล้องถ่ายภาพ แต่ภาพนิ่งที่ได้จากกล้องดิจิทัลจะเป็นไฟล์ในหน่วยความจำของกล้องแทนฟิล์มซึ่งผู้ใช้สามารถดูภาพจากกล้องได้ทันที
รูป 3.24 กล้องถ่ายภาพดิจิทัล
ที่มา : http://www.100ydesign.com/graphic-design/images/slr-like.jpg



          2. กล้องถ่ายวิดีโอดิจิทัล (digital video camera) มีรูปร่างและการทำงานคล้ายกล้องวิดีโอ แต่ภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากกล้องถ่ายวิดีโอดิจิทัลจะเป็นไฟล์ในหน่วยความจำของกล้องแทนฟิล์ม นอกจากนี้กล้องถ่ายวิดีโอดิจิทัลยังสามารถจับภาพนิ่งได้ด้วย

รูปที่ 3.25 กล้องถ่ายวิดีโอดิจิทัล
ที่มา : https://th-live-03.slatic.net/p/2/15-tft-16-8-x-dv-1466078183-4143296-ff728068c6a1da4aeef0950885b45291.jpg


การเลือกซื้ออุปกรณ์จับภาพ

          1. ควรเลือกที่มีความละเอียดของภาพที่เหมาะกับการนำไปใช้งาน
          2. ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่มีศูนย์บริการและมีการรับประกัน

การดูแลรักษาอุปกรณ์จับภาพ

          1. ควรทำความสะอาดเลนส์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นบริเวณเลนส์ของกล้องโดยใช้ลูกยางเป่าฝุ่นละอองออกจากหน้าเลนส์ ห้ามใช้ปากเป่าที่หน้าเลนส์โดยตรง และเช็ดเลนส์ด้วยกระดาษสำหรับเช็ดเลนส์โดยเฉพาะ หรือใช้ผ้าที่มีเนื้อนุ่ม สะอาดและแห้งแทนก็ได้
          2. ควรเก็บกล้องไว้ในที่แห้งและเย็น ปราศจากฝุ่นละออง
          3. ควรนำกล้องมาถ่ายภาพเดือนละประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการทำงาน และยืดอายุการใช้งานของกล้อง

          อุปกรณ์รับเสียง (audio-input devices) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลเสียงทั้งเสียงพูด เสียงเพลง และเสียงอื่นๆ จากนั้นอุปกรณ์จะแปลงสัญญาณเสียงที่มนุษย์เข้าใจให้อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร์นำไปประมวลผลได้  อุปกรณ์รับเสียงที่นิยมใช้ ได้แก่ ไมโครโฟน

รูปที่ 3.24 ไมโครโฟน เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลในรูปแบบของเสียง
ที่มา :  https://img.tarad.com/shop/s/sumonhitech/img-lib/spd_20130219144603_b.jpg

การเลือกซื้ออุปกรณ์รับเสียง

          1. ควรเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งาน
          2. ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่มีศูนย์บริการและการรับประกัน

การดูแลรักษาอุปกรณ์รับเสียง

          1. ควรใช้ไมโครโฟนตรงตามลักษณะของการใช้งาน
          2. ควรวางไมโครโฟนเบาๆ และไม่ควรกระแทกไมโครโฟนกับพื้น
          3. ควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังการใช้งาน โดยนำผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสัปดาห์ละครั้ง






ลำดับขั้นตอนการศึกษาบทเรียน

หน้าหลัก
»คำแนะนำการใช้บทเรียน
»คำอธิบายรายวิชา
»แบบทดสอบก่อนเรียน
»แบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยที่ 1 รู้จักกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

»จุดประสงค์การเรียนรู้
»แบบทดสอบก่อนเรียน

  »» 1.1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารคืออะไร
      »»»เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์
      »»»เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร
      »»»เทคโนโลยี (Technology)
      »»»สารสนเทศ (information)
      »»»เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT)

  »» 1.2 ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
      »»» 1.2.1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
      »»» 1.2.2 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสามารถนำไปประยุกต์ในด้านต่างๆ
      »»» 1.2.3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยทำให้การบริการสะดวกขึ้น
      »»» 1.2.4 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยให้การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ
      »»» 1.2.5 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

  »» 1.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
      »»»» 1.3.1 ผลกระทบด้านบวก
           1) การสร้างเสริมคุณภาพชีวิต
           2) การเสริมสร้างความเสมอภาคในสังคมและการกระจายโอกาส
           3) การเรียนการสอนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย
           4) การรักษาสิ่งแวดล้อม
           5) การรักษาความปลอดภัย
           6) การผลิตในอุตสาหกรรมและการพาณิชยกรรม
           7) การสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาความคิด
           8) การส่งเสริมประชาธิปไตย
      »»»» 1.3.2 ผลกระทบด้านลบ
           1) ทำให้เกิดอาชญากรรม
           2) ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเสื่อมถอย
           3) ทำให้เกิดความวิตกกังวล
           4) ทำให้เกิดความเสี่ยงภัยในการดำเนินงาน
           5) ทำให้เกิดการพัฒนาอาวุธไปใช้ในทางที่ผิด
           6) ทำให้เกิดการแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม
           7) ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ
           8) ทำให้ติดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

  »» วิดีโอสรุปเนื้อหาหน่วยที่ 1

» แบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยที่ 2 ข้อมูลและสารสนเทศ

»จุดประสงค์การเรียนรู้
»แบบทดสอบก่อนเรียน

»»2.1 ข้อมูลและสารสนเทศ
      »»» ข้อมูล (data)
      »»» สารสนเทศ (information)
      »»» การประมวลผล (processing)
      »»» การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

»»2.2 ประเภทของข้อมูล
      »»» 2.2.1 ข้อมูลปฐมภูมิ
      »»» 2.2.2 ข้อมูลทุติยภูมิ

»»2.3 วิธีการประมวลผลข้อมูล
      »»» 2.3.1 การประมวลผลแบบเชื่อมตรง
      »»» 2.3.2 การประมวลผลแบบกลุ่ม

»»2.4 การจัดการสารสนเทศ
      »»» 2.4.1 การรวบรวมข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูล
      »»» 2.4.2 การประมวลผลข้อมูล
      »»» 2.4.3 การดูแลรักษาข้อมูล

»»2.5 ระดับของสารสนเทศ
      »»» 2.5.1 ระดับบุคคล
      »»» 2.5.2 ระดับกลุ่ม
      »»» 2.5.3 ระดับองค์กร

»»วิดีโอสรุปเนื้อหาหน่วยที่ 2

»แบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยที่ 3 องค์ประกอบคอมพิวเตอร์

»จุดประสงค์การเรียนรู้
»แบบทดสอบก่อนเรียน

»»3.1 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
      »»» 1. หน่วยรับข้อมูล (input unit)
      »»» 2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
      »»» 3. หน่วยความจำหลัก (main memory)
      »»» 4. หน่วยแสดงผล (output unit)
      »»» 5. หน่วยความจำรอง (secondary storage)

»»3.2 หน่วยรับข้อมูล
      »»» 3.2.1 แป้นพิมพ์
      »»» 3.2.2 เมาส์
      »»» 3.2.3 สแกนเนอร์
      »»» 3.2.4 อุปกรณ์จับภาพ
      »»» 3.2.5 อุปกรณ์รับเสียง

»»3.3 หน่วยประมวลผลกลาง
      »»» หน่วยประมวลผลกลาง
      »»» หน้าที่ของซีพียู
      »»» การเลือกซื้อซีพียู
      »»» การดูแลรักษา

»»3.4 หน่วยความจำหลัก
      »»» 3.4.1 หน่วยความจำแรม
      »»» 3.4.2 หน่วยความจำรอม

»»3.5 หน่วยแสดงผล
      »»» 3.5.1 จอภาพ
      »»» 3.5.2 เครื่องพิมพ์
      »»» 3.5.3 ลำโพง

»»3.6 หน่วยความจำรอง
      »»» 3.6.1 ฮาร์ดดิสก์
      »»» 3.6.2 ออปติคัลดิสก์
      »»» 3.6.3 อุปกรณ์หน่วยความจำแบบแฟลช

»»3.7 บทบาทของคอมพิวเตอร์
      »»» 3.7.1 ด้านราชการ
      »»» 3.7.2 ด้านงานธุรกิจ
      »»» 3.7.3 ด้านการคมนาคมขนส่ง
      »»» 3.7.4 ด้านงานการศึกษา
      »»» 3.7.5 ด้านงานวิทยาศาสตร์และการแพทย์
      »»» 3.7.6 ด้านงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
      »»» 3.7.7 งานอื่นๆ

»»3.8 ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
      »»» 3.8.1 ช่วยสร้างงาน
      »»» 3.8.2 ช่วยสร้างความบันเทิง
      »»» 3.8.3 ช่วยติดต่อสื่อสาร
      »»» 3.8.4 ช่วยสืบค้นข้อมูล
      »»» 3.8.5 ช่วยแก้ปัญหาทางด้านสังคมและประเทศ

»»วิดีโอสรุปเนื้อหาหน่วยที่ 3

»แบบทดสอบหลังเรียน

»แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
»ผู้จัดทำ

--ขึ้นบนสุด--

ครูนงลักษณ์ เย็นสุข

บทเรียนที่ได้รับความสนใจมากสุด

ติดต่อครูนงลักษณ์

Name

Email *

Message *

ยอดเข้าชม